link to assangha.com online real estate

 

 

 

 

 

 

bell plant shop thai versionbell plant shop english version

 

 

 

 

 


ระบบปลูกและระยะปลูกมะม่วง
ระยะปลูกมะม่วงที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบดังต่อไปนี้
1. ระยะปลูก 8 x 8 เมตร
ระยะปลูกนี้ปลูกได้ไร่ละ 25 ต้น เหมาะสำหรับสวนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลรักษา นิยมปลูกมะม่วงกินผลดิบ เนื่องจากมะม่วงประเภทนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องคุณภาพของผลเหมือนมะม่วงประเภทกินสุก ที่ต้องป้องกันปัญหาจากแมลงวันทองและเชื้อราแอนแทรกโนสเข้าทำลายผล เหมาะสำหรับการปลูกมะม่วงในที่ดอน สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ดี ไม่ต้องดูแลรักษามากนัก

2. ระยะปลูก 6 x 6 เมตร
ระยะปลูกนี้ปลูกได้ไร่ละ 44 ต้น ในสภาพสวนที่ดอน แต่สวนยกร่องในที่ลุ่ม อาจจะได้น้อยกว่านี้ เพราะสวนในพื้นที่ลุ่มจะต้องเสียพื้นที่ไปสำหรับร่องน้ำ เหมาะสำหรับสวนยกร่อง เพราะจะได้จำนวนต้นที่ไม่น้อยเกินไป ถ้าปลูกระยะห่างกว่านี้ จะได้จำนวนต่อไร่ลดลงไปด้วย และมะม่วงพันธุ์เดียวกัน ถ้าปลูกในพื้นที่ดอนโดยใช้ระยะปลูกนี้ ก็ยังเป็นระยะปลูกที่เหมาะสมกับสวนที่มีพื้นดินเป็นดินทราย ดินลูกรัง หรือสวนที่มีเวลาและเอาใจใส่ได้อย่างใกล้ชิด

3. ระยะปลูก 4 x 4 เมตร
ระยะปลูกนี้ปลูกได้ไร่ละ 100 ต้น เป็นระยะปลูกที่นิยมกันมาก เพราะมีการปฏิบัติดูแลรักษา ตลอดจนการเก็บเกี่ยวผลสะดวก และสามารถปฏิบัติงานได้ง่าย พันธุ์มะม่วงที่ใช้ปลูก ได้แก่ น้ำดอกไม้ ฟ้าลั่น แต่ไม่เหมาะกับพันธุ์อื่นๆ เช่น เขียวเสวย ทองดำ หนังกลางวัน ซึ่งเป็นมะม่วงที่มีทรงพุ่มขนาดใหญ่

4. ระยะปลูก 2.5 x 2.5 เมตร
ระยะปลูกนี้ปลูกได้ไร่ละ 256 ต้น เป็นระยะปลูกที่ชาวสวนกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะทำให้มะม่วงให้ผลได้เร็ว การดูแลรักษาง่าย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืช ประหยัดแรงงานในการเก็บเกี่ยว-ดูแลรักษา ห่อผลมะม่วงได้ง่ายและทั่วถึง ตลอดจนมะม่วงให้ผลเร็วกว่าปกติ เพราะใช้กิ่งตอนหรือกิ่งทาบ หรือกิ่งติดตาที่ยอดแก่ เมื่อปลูกลงดินไปเพียง 3-6 เดือนก็ให้ผลได้ ทำให้มีรายได้เร็วกว่าการปลูกจนมีอายุครบ 3 ปี พันธุ์มะม่วงที่แนะนำให้ปลูกในระยะนี้ ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 มันค่อม มันเดือนเก้า เนื่องจากมีทรงพุ่มเล็ก การเจริญเติบโตและการแตกกิ่งก้านช้า ในอนาคตคาดหมายว่าระยะปลูกนี้จะเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น
ลักษณะการเตรียมพื้นที่
การปลูกมะม่วงในพื้นที่ลุ่ม
ในสภาพพื้นที่ลุ่มมักจะเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมถึงอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในระยะฤดูที่มีปริมาณน้ำฝนมากและมีน้ำหลาก เช่น แถบจังหวัดในภาคกลาง หรือจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพมหานคร มักจะพบกับปัญหานี้ ดังนั้นการปลูกมะม่วงในพื้นที่แถบนี้จึงมักกระทำกัน 2 วิธีคือ
1. ยกโคกปลูกแบบจอมปลวก อาจจะยกโคกปลูกในนาหรือปลูกมะม่วงตามคันนาก่อน เมื่อต้นมะม่วงมีขนาดใหญ่ขึ้นก็เสริมดินบริเวณโคนต้นให้กว้างขึ้นคล้ายจอมปลวก การเสริมดินมักจะทำกันในช่วงต้นฝนหรือหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว วิธีนี้จะประหยัดต้นทุนในการดำเนินการในระยะแรก แต่ถ้าเสริมดินในภายหลังน้อย จะทำให้ต้นมะม่วงไม่โตเท่าที่ควร เนื่องจากในช่วงแล้วน้ำไม่พอหล่อเลี้ยงต้น ดินจะเกิดการแตกระแหง รากบริเวณผิวดินมักขาดอยู่เสมอ ต้นจึงมักไม่ค่อยโต นอกจากนี้ถ้าเข้าฤดูน้ำหลากก็จะทำให้น้ำท่วมราก เป็นผลให้มะม่วงตายได้ถ้าน้ำขัง
2. ยกเป็นแปลงปลูก โดยมีร่องระบายน้ำระหว่างแปลงและมีแนวคันดินป้องกันน้ำท่วม วิธีนี้การลงทุนในช่วงแรกจะสูงและเสียพื้นที่ปลูกไปบ้าง เพราะต้องเอาพื้นที่มาเป็นร่องน้ำและคันสำหรับกันน้ำท่วม ในเวลาฝนตกต้องคอยกันน้ำเข้า หรือต้องเสริมดินบนคันกั้นน้ำเสมอ แต่มีข้อดีคือ มีน้ำชลประทานที่เพียงพอตลอดปีตามที่ต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มะม่วงกำลังออกดอกติดผล เพราะฉะนั้น การควบคุมปริมาณน้ำจึงทำได้ง่ายเป็นผลให้มะม่วงติดผลมากขึ้น
ขนาดร่องแปลงสำหรับการปลูกมะม่วงในที่ลุ่มนี้แปลงปลูกควรจะกว้างประมาณ 8 เมตร ร่องน้ำกว้างประมาณ 2 เมตร ส่วนคันดินโอบด้านบนควรกว้างประมาณ 4 เมตร เมื่อเวลาน้ำหลากมามากจะได้ใช้ดินจากคันดินด้านในไปเสริมขอบนอกให้สูงขึ้นได้ และคันดินโอบด้านบนควรให้สูงมากกว่าระดับน้ำสูงสุดที่เคยมีมามากอย่างน้อย 25 เซนติเมตร โดยคันดินโอบด้านบน บ้างครั้งก็ทำเป็นถนน และอาจมีประตูน้ำสำหรับระบายน้ำเข้าออกจากสวน หรือใช้สูบออกในฤดูฝนตกมาก น้ำมามาก กันน้ำท่วม
การปลูกมะม่วงในที่ดอน
การทำสวนแบบนี้จะมีการลงทุนในระยะแรกต่ำ แต่ถ้าไม่มีน้ำชลประทานให้จะให้คุณภาพและผลผลิตของมะม่วงต่ำ ถ้าสามารถเลือกที่ดอนแต่สามารถใช้น้ำชลประทานได้ จะเป็นการดียิ่ง การทำสวนมะม่วงในที่ดอนจะดีกว่าในที่ลุ่ม เนื่องจากดินมีการระบายน้ำดีกว่า นอกจากนี้แล้วการออกดอกจะง่ายกว่าที่ลุ่ม และยังสามารถใช้เครื่องมือหรือเครื่องทุนแรงช่วยการปฏิบัติงานในการดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ราคา: 0 บาท

ย้อนกลับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Y-Commerce: Home

เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา | ซื้อต้นไม้ Online| สินค้า-บริการ | ลงโฆษณา | วิธีการชำระเงิน | All Copy Rights Reserved by Nongbell.com Please contact :webmaster@nongbell.com